What is deal?

อะไรคือ Deals? ( ดีลส์ ). ตามคำศัพท์ในพจนานุกรมนั้น คำว่า Deal มีความหมายหลายๆอย่าง อย่างเช่น Deal Card (แจกไพ่), Dealer ( ผู้ขาย เช่นผู้ขายรถยนตร์ ), Dealing ( จัดการกับ หรือ เกี่ยวข้องกับ ). แต่ทุกวันนี้ที่เราได้ยินผู้คนพูดว่า Deal นั้นจริงๆแล้ว อาจจะไม่ได้หมายความอย่างคำแปลในข้างต้นเลย. Deal ที่ผู้คนพูดถึงในปัจจุบันนั้น ส่วนมากแล้วจะหมายถึง สิทธิพิเศษ หรือ Promotion พิเศษ ที่ ตัวแทนที่ใดที่หนึ่ง สามารถนำเสนอสินค้า หรือบริการ ในราคาที่ ดี ( Deal ที่ดี ) และ ราคาต่ำกว่า การซื้อธรรมดา. ซึ่งในต่างประเทศอย่างเช่น สหรัฐอเมริกานั้น Deal อาจจะเขียน เป็น Deal$ ที่ชี้ให้เห็นถึงสกุลเงินที่ทำให้ลูกค้าสามารถ ประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้า และบริการ ผ่านระบบ Deal. ตัวอย่างร้านค้าในอเมริกาที่เป็นลักษณะ Deals คือ Save-A-Lot ก่อตั้งเมื่อปี 2002

Trend ของ Deals
ในอันที่จริงแล้ว Deals คือการตลาดชนิดหนึ่งซึ่ง ถูกแยกออกมาอย่างสิ้นเชิงกับการตลาดประเภทอื่นๆ ทุกๆวันนี้ที่เราได้พบได้เห็นการตลาดจากร้านค้าทั่วๆไปตัวอย่างเช่น ส่วนลดเป็น %, ของแถม, จับรางวัล, และ สิทธิพิเศษต่างอีกมากมายที่ เราล้วนแล้วแต่จำกันไม่ไหว. และที่ยังเป็นที่นิยม ณ ปัจจุบันคือ การใช้บัตรเครดิต เพื่อซื้อสินค้าบริการ เพื่อที่จะได้ คะแนน หรือ Points ในการสะสมเพื่อแลก ซื้อสินค้าและบริการ ต่างๆ ตลอดจนทั้ง สามารถที่จะได้รับส่วนลดพิเศษ จากบริษัทบัตรเครดิตนั้นๆ อีกด้วย

Deals ในประเทศไทยและในต่างประเทศ นั้นคือการ นำเสนอตัวผลิตภัณฑ์ และบริการ ผ่านทาง เวปไซด์ ต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าได้เห็น ราคาและส่วนลดที่มากกว่าการเดินไปที่ร้านและซื้อโดยตรง. Trend ของ Deal นี้เริ่มที่จะมีมาตั้งแต่ ปี 2002 ( เมื่อประมาณ เกือบสิบปีที่แล้ว ) โดยบริษัทที่ชื่อ http://www.Groupon.com แต่ถว่า การที่จะทำให้ลูกค้า เข้าใจคำว่า Deals นั้นค่อนข้างลำบากในช่วงแรกๆของการโปรโมท อีกทั้งยังมีข้อจำกัดในเรื่องการเข้าถึง สื่อของลูกค้าเอง. หากลองคิดดูว่า ในสมัยก่อนๆนั้น เมื่อปี 2002 Internet และ computer พึ่งจะถูกนำเข้ามาแนะนำในวงการธุรกิจ และยังมีการใช้ อย่างไม่กว้างขวางเท่าไหร่นัก อีกทั้งในเรื่องของระบบ Payment ของการซื้อของ online ผ่าน shopping cart ณ เวลานั้น ยังไม่ค่อยเป็นที่นิยม. ทั้งหลายเหล่านี้เป็น ปัจจัยหลักๆที่ทำให้เวปในลักษณะ Deal หรือ Website ที่ขายของผ่านช่องทาง Online ต่างๆนั้น ไม่ประสบความสำเร็จในอดีต

Deals นั้น มีลักษณะการทำงานอย่างไร?
เนื่องจากราคาขายของ Deal แต่ละประเภทนั้น จะต้องมีการลดราคาให้สูงที่สุดเพื่อที่จะให้กลุ่มลูกค้านั้นเกิดความสนใจและ เกิดการ ซื้อทันที ( Motivate Instant Action ) ทางบริษัทและร้านค้าที่ทำ Deals นั้นจะต้องขาย ดีล หนึ่งๆ นั้นเป็นจำนวนมาก. ทางบริษัทฯ ที่ทำการขาย Deal นั้นต้องทำข้อตกลงกับทางเจ้าของสินค้า บริการ ร้านอาหาร หรือร้านค้า ต่างๆ ในเรื่องของจำนวนยอดขายของแต่ละ Deal เพื่อที่จะให้มีราคาขายที่ต่ำที่สุด และเข้าถึงคนจำนวนมากที่สุด. อันที่จริงแล้ว Deal นั้นมี ไอเดียมากจากการใช้ ” Group Buying Concept ” กล่าวคือ การที่ผู้ซื้อ มีอำนาจการต่อรอง กับผู้ขาย โดยการที่รวมกลุ่มกันซื้อ ในจำนวน order ที่มากพอ หรือในจำนวนผู้ซื้อที่มากพอที่จะทำให้ราคาลดลงมาถึงจุดที่สามารถนำเสนอให้ได้

ทำไมเจ้าของสินค้าถึงยอมให้ทำ Deal?
แน่นอนว่าการขายสินค้าในตลาดไหนๆนั้น ไม่ว่าจะเป็นสินค้าที่เด่นที่สุด ดังที่สุด หรือเป็นที่นิยมในตลาด สินค้าตัวนั้น หรือบริการชนิดนั้นๆ ย่อมที่จะไม่ได้ขายได้ดีทุกๆวัน หรือทุกๆช่วงของปี. ตัวอย่างเช่น ร้านอาหาร ร้านสปา อาจจะไม่ได้มียอดขายหรือยอดผู้ใช้บริการดีทุกวัน ซึ่ง โดยปกติแล้วร้านอาหาร นั้นลูกค้าจะพลุกพล่านในช่วงปลายสัปดาห์ กล่าวคือ วันศุกร์ เสาร์ เช่นเดียวกับร้านสปาหรือร้านนวดต่างๆที่ ไม่ได้มีลูกค้าเยอะทุกวันเสมอไป. ดังนั้น เรากำลังพูดถึงเรื่องของ Demand และ Supply. Demand ในการใช้สินค้าและบริการ โดยส่วนมากแล้วจะดิ่งตัวลงในกลางสัปดาห์ ตัวอย่างเช่น วันอังคาร พุธ และพฤหัส. ในขณะที่ความต้องการใช้บริการ คือ Demand ทิ้งตัวดิ่งลงในช่วงเวลานี้. Supply และ ค่าใช้จ่ายของทางร้านอาหารและร้านต่างๆยังคงเดิมคือ มีการจ้างงานพนักงาน เท่าเดิม หากเป็นร้านสปาและนวด ก็จะมีเครื่องมือทิ้งไว้เฉยๆไม่ได้มีการให้บริการลูกค้าแบบเต็มที่. บริษัท Deals จะเห็นช่องว่างเหล่านี้ และจะเข้าไปทำ Deal กับร้านที่มีปัญหาข้างต้นที่กล่าวถึง

บริษัท Deal จะทำการเข้าไปติดต่อกับร้านค้า ร้านอาหาร เพื่อที่จะช่วยกระตุ้นยอดการใช้บริการในระหว่างที่ Demand ตก. คือการนำเสนอ การใช้ Group Buying เข้าช่วย โดยการขาย Coupon และ Deal ผ่านเวป ( ดูตัวอย่าง Ensogo.com ที่นี่ ) ราคาที่ขายภายในเวปนั้นจะมีราคาที่ต่ำจนน่าตกใจ เพื่อที่จะกระตุ้นให้ลูกค้า ซื้อ Deal ผ่านเวป. มากไปกว่านั้นคือ Deal นั้นมีลักษณะที่เป็นแบบ Exclusive และเป็นการตลาดที่ควรจะมีเป็นช่วงๆ เพื่อลดความเป็น Generalize ของตัวสินค้าและบริการนั้นๆ. ดังนั้นบริษัทที่ขาย Deal ต่างๆจะต้องกำหนดเวลาในการขายไว้ด้วย ตัวอย่างเช่น การนับถอยหลังเวลา เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าซื้อให้เร็วขึ้นเพื่อให้ทันเวลา ก่อนที่ Promotion Deal นั้นจะหมดไป


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: