เป็นอีสุกอีใสตอนโต ทำไงดี?

เพิ่งมาเป็นตอนอายุ 20 นิดๆ ^^ สดๆ ร้อนๆ เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา รูปนี้ไม่ใช่เรานะ >__<

จะบอกวิธีที่ทำให้ อีสุกอีใส ออกน้อยที่สุด ซึ่งบางคนยังไม่รู้ ว่าตอนนี้ มียาต้านไวรัสอีสุกอีใสแล้ว

สังเกตุได้ไว ก็รักษาได้ทันเวลา แผลก็น้อยลง ลดการเกิดแผลเป็นได้มาก

อาการเริ่มแรก

1. มีไข้ และหวัดร่วมด้วย 1-2 วันแรก (แต่บางคนก็ไม่มีไข้)

2. วันที่ 2 จะเริ่มมีตุ่มหัวใสๆ ขึ้น 2-5 เม็ด ต้องเป็นคนช่างสังเกตมากๆ

แต่พอดีของเราขึ้นที่ขาเม็ดเบ่อเริ่ม 1 เม็ดเวลาโดนก็เจ็บๆ เลยสังเกตุได้ชัดเจน

3. วันที่ 3 ควรไปหาหมอ และกินยาต้านไวรัสให้เร็วที่สุด จะเริ่มขึ้นเยอะจนสังเกตุเห็นได้ชัดเจน

ในบริเวณหนังหัว หน้า ลำตัว (แต่โดยส่วนตัวควรไปตั้งแต่วันที่เห็นตุ่มขึ้นเม็ดแรกเลย แต่มันก็สังเกตยาก บางคนก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นตุ่มอีสุกอีใส)

4. กินน้ำเยอะๆ กินยาต้านไวรัสตามเวลาที่แพทย์สั่ง ห้ามแกะ กินอาหารได้ทุกชนิด โรคนี้ไม่มีของแสลง

จากประสบการณ์ ยาต้านไวรัสนี้ ไม่ได้หมายความว่ากินแล้วจะระงับ หรือฆ่าเชื้ออีสุกอีใสได้หมดเลย แต่จะช่วยให้มันขึ้นน้อยลงมาก หรือเราอาจไปหาหมอช้าไปด้วยมั้ง วันที่ไปหาหมอ ขึ้นแล้วประมาณไม่เกิน 15 เม็ด

หลังจากกินยาแล้ว ก็ตกใจเล็กน้อย เพราะคาดหวังไว้เยอะว่ามันจะไม่ขึ้นเลย แต่ตื่นมาอีกวัน แทบกรี๊ด ที่ลำตัวและหลังขึ้นเยอะมาก แต่เม็ดจะไม่กลายเป็นหัวใส แต่ก็มีบ้าง สาเหตุของแผลเป็นส่วนใหญ่ จะเกิดจากตุ่มที่เป็นตุ่มใสๆ พองๆ นั่นแหละ แต่ถ้ากินยาต้านไว้ ตุ่มใสๆ นี้จะกลายเป็นแค่ผื่นแดงนูนนิดหน่อย เหมือนจะสุก แต่ก็ไม่สุก ต่อมาจะเริ่มขึ้นแขน และขา แต่ของเราแทบไม่มีขึ้นเลยที่แขนกับขา ก็เลยคิดว่า ถ้าไปหาหมอเร็วกว่านี้ น่าจะทันก่อนที่มันจะขึ้นลำตัว สรุปคือ ทันแค่แขนกับขา T___T แต่ตอนกินยาจะน่ารำคาญมาก เพราะต้องกินวันละ 5 มื้อ ใครนอนไม่เป็นเวลา ก็จะต้องหลับๆ ตื่นๆ มากิน

ยาต้านไวรัสโรคอีสุกอีใส

ยาต้านไวรัสที่มีฤทธิ์ยับยั้งการเพิ่มจำนวนของไวรัสที่ได้ผลดีในปัจจุบันมี 3 ชนิด คือ อะไซโคลเวียร์ (acyclovir), เฟมไซโคลเวียร์ (famciclovir), และ วาลาไซ-โคลเวียร์ (valaciclovir) ในอดีตยากลุ่มนี้มีราคาค่อนข้าง สูง แต่ในปัจจุบันมีผู้ผลิตจำนวนมากทำให้ราคาลดลงมามาก
การเริ่มต้นใช้ยากลุ่มนี้ ควรใช้ให้เร็วที่สุด (ภายใน 24-48 ชั่วโมงของการเริ่มมีอาการ) ก่อนที่ไวรัสจะหยุดการเพิ่มจำนวน จึงจะเกิดประโยชน์สูงสุด ในทางปฏิบัติจึงไม่แนะนำให้ใช้ยาต้านเชื้อไวรัส ถ้าตุ่มน้ำใสแตกออกเป็นแผลหมดแล้ว เพราะว่าไวรัสได้หยุดการเพิ่ม จำนวนแล้ว การใช้ยาจะไม่เกิดประโยชน์อันใดต่อผู้ป่วย

เมื่อตุ่มน้ำใสแตกเป็นแผลเปิด ก็ควรดูแลแผลให้ถูกสุขอนามัยที่ดี เพื่อให้แผลหายได้เร็ว ปราศจากการติดเชื้อแทรกซ้อนจากแบคทีเรีย และไม่เกิดแผลเป็น แต่ถ้ามีการแกะเกาสะเก็ด หรือเกิดการติดเชื้อแทรกซ้อนจากแบคทีเรียร่วมด้วย จะเป็นสาเหตุสำคัญทำให้เกิดเป็นแผลเป็นได้

ควรใช้ยาเขียวในโรคอีสุกอีใสหรือไม่

เนื่องจากโรคอีสุกอีใสเป็นโรคที่หายได้เอง และเกิดจากเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง การเลือกใช้ยาเขียวตาม ภูมิปัญญาไทยไม่ถือเป็นข้อห้ามหรือเกิดผลเสียต่อการรักษาโรคนี้ ซึ่งอาจจะเลือกใช้ร่วมกับการรักษาตาม ปกติได้ นอกจากนี้ ยาเขียวยังช่วยให้ดื่มน้ำได้มากขึ้นอีกด้วย (แต่ตอนที่ไปหาหมอ หมอถามก่อนเลยว่ากินยาขับ หรือยาเขียวมาหรือเปล่า เราไม่ได้กิน หมอบอกว่าดีแล้ว ถ้ากินแล้วมันจะออกเยอะมากO_o ที่บ้านบังคับให้กิน แต่เราไม่กิน เกือบไปแล้วอะ)

ถ้าดูแลตัวเองดีๆ กินยาตามหมอบอก 5 วัน เชื้อก็หมดแล้ว เม็ดก็จะหยุดขึ้น แล้วมันก็ค่อยๆ ทยอยฝ่อ แต่ก็ต้องดูแลแผลมากๆ เพราะตอนที่เม็ดมันแตก แผลจะกลายเป็นหลุม และเห็นเนื้อสดๆ ตอนนี้แหละควรใช้ยาทากลุ่มนี้ (ตอนนี้สำคัญมาก สาเหตุของแผลเป็นก็ขึ้นอยู่กับตอนนี้แหละ ถ้าแผลติดเชื้อเมื่อไหร่ จะกลายพันธ์เป็นแผลเป็น มี 2 แบบ คือ แผลเป็นนูน และแผลรอยดำ) รีบหายาพวกนี้มาทาซะ

hypertrophic scars, keloids Naturelle AHA Face Treatment Capsule® (alpha hydroxyl acid), Renova® (tretinoin 0.005%), Primrose Essence® (evening primrose oil, jojoba oil, AHA, vitamin E), Hansaplast® (polyuritane), Proskin® (vitamin E, vitamin A pure 100%, Nomarks® (herbal micronutrient, vitamin E), Pan cosmetic and Acnicare® (evening primrose oil, blue chamomile oil, vitamin E), Scacare C&E (vitamin E, vitamin C, evening primrose oil, aloe vera), Smooth E cream® (vitamin E, aloe vera, centella essence), K.A. cream® (vitamin E 100%), Retin-A® (tretinoin/retinoic acid) ของเราใช้ Smooth E ตอนนี้เริ่มตกสะเก็ด แต่สำหรับแผลคงต้องใช้เวลาพอสมควร เราว่าน่าจะประมาณ 2-3 เดือนถึงจะจางไปหมดนะ

แต่ตอนนี้ก็มีคำถามคาใจอยู่ แต่ไม่รู้จะไปถามใคร คือ กินยาต้านไวรัสนี้ แล้วเชื้อจะยังอยู่หรือไม่ เพราะถ้าปล่อยให้เป็นตามธรรมชาติ ให้มันออกให้หมด เราก็จะมีภูมิต้านทานไปตลอดชีวิต แต่กินยาเนี่ย ไม่รู้จริงๆ ว่ามันจะเป็นอีกได้หรือเปล่า (-…-*)

สำหรับผู้หญิงที่รักสวยรักงาม อาจมีอาการหดหู่ตอนที่ตุ่มเริ่มเห่อ แต่ไม่ต้องคิดมากนะ ถ้ากินยาทัน อาทิตย์เดียวก็แทบเหมือนคนปกติแล้ว คนรอบตัวเราดูไม่ออกด้วยซ้ำ ว่าเราเป็นอีสุกอีใส ยามันก็ได้ผลจริงๆ ล่ะ แต่ต้องกินให้ทันนะ ^___^

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: